• เปิดทำการ จันทร์ - ศุกร์ : 9:00 - 18:00 น.

การขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัยในช่วงฤดูฝน

ในฤดูฝนผู้ขับขี่บางคนอาจจะมีความเสี่ยงจากการใช้รถบนถนนที่เปียกลื่น ทิปต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสามารถขับขี่รถได้อย่างปลอดภัยในช่วงฤดูฝน

เช็คล้อรถ

ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ควรหมั่นเช็คล้อรถยนต์ว่าลมยางอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ นอกจากนั้นยังควรเช็คว่าดอกยางโล้นหรือไม่ อีกปรากฏการณ์หนึ่งที่น่าสนใจคือภาวะ hydroplanning ซึ่งเกิดจากการที่แรงดันน้ำบนถนนดันล้อให้ลอยตัวขึ้นสูงจากพื้นถนน ทำให้ล้อไม่ยึดเกาะกับตัวถนน รถยนต์จึงทรงตัวไม่ได้ อาจทำให้รถยนต์เหินหรือพลิกคว่ำได้ในที่สุด ฉะนั้นการหลีกเลี่ยงภาวะ hydroplanning การเช็คลมยางและดอกยางจึงเป็นสิ่งสำคัญ ลมยางไม่ควรแข็งหรืออ่อนไปและดอกยางหากโล้นควรรีบเปลี่ยนใหม่ อย่างไรก็ตามหากคุณเจอสภาวะ hydroplanning สิ่งที่ไม่ควรทำคือการเหยียบเบรคอย่างกะทันหัน เนื่องจากรถอาจจะเสียการควบคุมและเสียหลักไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง คุณควรถอนคันเร่งออกมาอย่างช้าๆรอจนกว่ารถจะอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ และหากต้องการเหยียบเบรคให้ค่อยๆเบรคแทน

การขับช้าๆ

The slower you drive, the safer it is for you การขับรถในความเร็วต่ำช่วยให้ล้อรถสามารถยึดเกาะกับพื้นถนนได้มากขึ้น การเหยียบเบรคบนถนนลื่นยังเพิ่มโอกาสทำให้รถหมุนมากขึ้น

เช็คไฟรถยนต์

คุณควรเช็คทั้งไฟหน้า ไฟเลี้ยวและไฟท้ายรถทุกครั้งเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน การเปิดไฟหน้าระหว่างขับรถกลางฝนนอกจากจะช่วยให้เห็นวิสัยทัศน์ดีขึ้น ยังทำให้รถคันอื่นสังเกตรถเราง่ายอีกด้วย การเว้นระยะห่างระหว่างรถก็เป็นสิ่งสำคัญ ระยะที่ปลอดภัยคือสองช่วงความยาวรถยนต์

การจอดรถ 

ในกรณีที่ฝนตกหนักมากจนบดบังวิสัยทัศน์ เนื่องจากฝนตกหนักจะทำให้เกิดเป็น sheet of water บังกระจกหน้าเราจนมองไม่เห็นทาง การจอดรอฝนซาจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ปลอดภัย อีกเหตุผลหนึ่งคือ ฝนที่ตกมาในช่วงแรกจะทำให้ถนนลื่นกว่าปกติเนื่องจากเศษฝุ่นและดินจะผสมกับน้ำฝนทำให้เกิดเป็นชั้นบนถนนที่ทำให้รถลื่นมากขึ้น การขับรถในช่วงนี้จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

การขับขี่บนถนนระหว่างฝนตกเกิดอันตรายขึ้นได้เสมอ ผู้ขับขี่ทุกคนจึงควรระมัดระวังมากกว่าเดิมและเพิ่มความรับผิดชอบต่อการขับขี่บนนถนนสาธารณะ