• เปิดทำการ จันทร์ - ศุกร์ : 9:00 - 18:00 น.

เบ้าโช๊คอัพเสียจะเป็นยังไง?

เบ้าโช๊คอัพจะเป็นอะไหล่ชิ้นสุดท้ายที่ช่างซ่อมรถนึกถึงเสมอ

เบ้าโช๊คอัพ อะไหล่ที่หลายคนมองข้าม มีหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างสปริงโช๊คอัพและอะไหล่ช่วงล่างของรถทั้งคัน เมื่อช่วงล่างรถยนต์มีปัญหา หลังจากเช็คเพลาขับ ลูกหมาก คานปีกนกและอะไหล่ชิ้นอื่นจนแน่ใจว่าไม่มีปัญหาแล้ว ขั้นต่อไปที่ควรทำคือการเช็คตำแหน่งของสตรัทว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่

อาการที่พบได้ประจำเมื่อเบ้าโช๊คอัพเสียจะเป็นเสียงดังกึกกักหรือเสียงบด โดยเฉพาะในความเร็วที่ต่ำๆ การเปลี่ยนเกียร์ การขับรถลงหลุมการขึ้นเนินหลังเต่าหรือการขับรถบนทางขรุขระ สามารถทำให้ได้ยินเสียงจากเบ้าโช๊คอัพที่มีปัญหาได้ทั้งสิ้น โดยปกติเราควรเปลี่ยนโช๊คอัพและเบ้าโช๊คอัพเมื่อรถยนต์วิ่งเกิน 100,000 กิโลเมตรขึ้นไป เพื่อให้แน่ใจว่าช่วงล่างรถยนต์จะไม่มีปัญหาอื่นเพิ่มเติมตามมา  

ในบางกรณี เบ้าโช๊คอัพอาจจะเสียก่อนเวลาได้ แม้ว่ารถยนต์จะมีไมล์น้อยก็ตาม ปัญหานี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่การออกแบบชิ้นส่วนเบ้าโช๊คอัพที่ไม่เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวถนนของแต่ละประเทศจากโรงงานตอนแรก และมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์เบ้าโช๊คอัพใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพถนนมากขึ้น ซึ่งการแก้ไขนี้ยังทำได้ไม่ดีพอ ทำให้เกิดการชำรุดก่อนเวลาของเบ้าโช๊คอัพตามมา

อีกสาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อยคือการใช้ water jet ฉีดเข้าไปในล้อ แรงดันมหาศาลจากปืนทำให้เบ้าโช๊คอัพเกิดการชำรุดได้ น้ำที่ปนเข้าไปในเบ้าโช๊คอัพอาจจะเกิดการแข็งตัวในสภาพภูมิอากาศที่เย็นจัด ทำให้เบ้าโช๊คอัพตายได้ในที่สุด

การขับรถด้วยเบ้าโช๊คอัพที่ชำรุดไปเรื่อยๆจะทำให้ช่วงล่างรถยนต์เสื่อมสภาพอย่างไว ซึ่งอะไหล่ชิ้นอื่นอาจจะได้รับความเสียหายไปด้วย สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือการไม่สมดุลของรถยนต์ เวลาขับน้ำหนักจะเทไปข้างใดข้างหนึ่งตลอด หากปล่อยไว้นานๆอาการเหล่านี้จะยังคงอยู่ แม้ว่าจะเปลี่ยนเบ้าโช๊คอัพใหม่มาแล้ว