• เปิดทำการ จันทร์ - ศุกร์ : 9:00 - 18:00 น.

จะทำอย่างไรเมื่อรถยนต์คุณถูกน้ำท่วม?

การขับรถลุยพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังจะทำความเสียหายแก่รถยนต์ได้ ฉะนั้นการหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังจึงเป็นการดีที่สุดในการรักษารถ แต่ในกรณีจำเป็นที่ต้องขับฝ่าน้ำท่วมไป คุณจำเป็นต้องรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรถยนต์บ้างหรือแม้แต่รถยนต์หลังจากจมน้ำทั้งคัน จะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากนั้น เริ่มจากโดยปกติโรงงานจะทดสอบรถยนต์ทุกคันกับ water tests ดังที่เราจะได้เห็นตามโฆษณาที่รถยนต์วิ่งผ่านแอ่งน้ำขังขนาดใหญ่และยังวิ่งต่อไปได้ ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่แบบนั้น

น้ำที่สร้างปัญหากับรถยนต์เกิดได้สองกรณีคือรถยนต์จอดนิ่งแล้วมีน้ำมาท่วมเอง กับรถยนต์ที่วิ่งผ่านช่วงที่มีน้ำท่วมขังสูง รถยนต์ใหม่ๆจะมีรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนแต่ละชิ้นน้อย จึงทำให้การซึมผ่านของน้ำเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตามน้ำที่รั่วเข้ามาในรถสามารถก่อให้เกิดปัญหาได้ตามระดับความสูงดังนี้

น้ำท่วมถึงระดับแผงควบคุมหน้ารถ

ถ้าน้ำท่วมสูงถึงแผงหน้าปัดรถยนต์ สิ่งที่เราทำได้เพียงอย่างเดียวคือเปลี่ยนคันใหม่ เนื่องจากระบบควบคุมต่างๆในรถจะเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก อะไหล่บางชิ้นอาจถอดมาเป่าแห้งได้แต่รถส่วนสมัยใหม่ส่วนมากถูกควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อนทั้งแผง การซ่อมจึงเป็นไปได้ยาก  ระบบควบคุมเหล่านี้มีสัญญาณไฟฟ้าแรงดันต่ำเป็นตัวควบคุมอีกต่อ สัญญาณไฟฟ้านี้เองมีความเปราะบางเป็นอย่างมากหากโดนกับน้ำ ความเสียหายนี้อาจจะดำเนินไปเรื่อยๆเป็นปีโดยที่ไม่สามารถแก้ไขซ่อมแซมอะไรเพิ่มเติมได้ การซ่อมโดยเบื้องต้นต้องใช้น้ำสะอาดชะล้างรถในปริมาณมาก ห้ามสตาร์ทเครื่องโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวรถเพิ่มเติมหากมีน้ำขังในระบบเชื้อเพลิง

น้ำท่วมถึงระดับล้อรถ

การขับรถผ่านแอ่งน้ำขังที่ระดับล้อ ซึ่งน้ำไม่สามารถรั่วเข้ามาในตัวเครื่องยนต์ได้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ความร้อนจากเครื่องยนต์สามารถทำให้น้ำที่ปะปนมาระเหยไปเองได้ อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น สิ่งที่ควรทำคือาการนำรถเข้าเช็คสภาพเนื่องจากอาจจะมีขยะหรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆเข้าไปอุดตันในช่วงล่างรถ 

น้ำท่วมถึงระดับเบาะด้านล่าง

ในบางกรณีที่รถยนต์จอดทิ้งไว้แล้วมีน้ำท่วมขังถึงระดับเบาะด้านล่าง ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะไม่น่ากังวลมาก น้ำจะยังไม่เข้าถึงตัวเครื่องยนต์จริงๆ จะมีแค่เรื่องเบาะอับชื้นที่ต้องมาแก้ปัญหาในภายหลัง

น้ำท่วมถึงระดับเครื่องยนต์

รถที่น้ำท่วมถึงระดับเครื่องยนต์จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า hydrp-locking  เนื่องจากเครื่องยนต์นั้นถูกออกแบบมาให้ลูกสูบในนั้นทำงานร่วมกับอากาศ ไม่ใช่น้ำ น้ำที่เป็นสิ่งแปลกปลอมเมื่อเข้าไปปนกับลูกสูบ จึงทำให้ลูกสูบทำงานหนักกว่าปกติ ทำให้ลูกสูบแตกได้ในที่สุด

การปฏิบัติตัวเมื่อต้องขับรถในสถานที่ที่มีน้ำท่วมขัง

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำเมื่อเจอแหล่งน้ำขังคือการหลีกเลี่ยง เปลี่ยนเส้นทางที่ไปได้ ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การขับช้าๆถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะยิ่งคุณขับเร็วมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะควบคุมรถได้น้อยลงมีมากขึ้นเท่านั้น ยางรถยนต์ที่ไม่สามารถยึดเกาะถนนจากน้ำได้มีโอกาสทำให้รถเหินได้ ยางรถยนต์ที่ดอกโล้นไม่สามารถทรงตัวรถยนต์ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่มีแอ่งน้ำขังจะทำให้เกิดการลื่นของตัวรถหากขับเร็ว